Img Articles

การปรับเปลี่ยนจาก Open License program(OLP) ไปเป็น Cloud Solution Provider program(CSP) ของไมโครซอฟท์

ต่อไปนี้ จะใช้คำย่อทดแทน ดังนี้
OLP = Open License program
CSP = Cloud Solution Provider program

Microsoft CSP (Cloud Solution Provider) คืออะไร? CSP เป็นรูปแบบการขาย Cloud Service อย่างหนึ่งของ Microsoft ซึ่งมีให้เลือกทั้ง Office 365, Microsoft 365, Enterprise Mobility + Security, Windows 10 Enterprise, Azure รวมไปจนถึง Dynamics 365 และ Windows & SQL Server Subscription

สำหรับการขายในรูปแบบ CSP นี้ ทั้ง Partner และลูกค้าจะมีความยืดหยุ่นในการสั่งซื้อที่มากกว่า Open License โดยที่ลูกค้าสามารถเลือกสั่งซื้อแบบรายเดือนหรือรายปีได้ตามความสะดวก ปรับเปลี่ยนแพลนได้ตามความต้องการ สามารถจัดการเรื่องวันหมดอายุและจัดการต่ออายุได้ง่ายกว่า

ความแตกต่างระหว่าง CSP และ Open License

CSP

  • สามารถแบ่งจ่ายเป็นรายเดือนได้
  • มีสินค้าในกลุ่ม Cloud Service ทั้งหมด
  • สามารถซื้อพร้อมกับ Service รายเดือนอื่นๆ ของ Partner ได้
  • วันหมดอายุนับไป 1 ปีจากวันที่ลูกค้าซื้อ
  • เมื่อสั่งแล้วสามารถใช้งานได้ทันที
  • สามารถเปลี่ยนจำนวนหรือ Plan ของสินค้าได้ในกรณีที่ลูกค้าสั่งซื้อแบบรายเดือน

Open License

  • ต้องจ่ายรายปีเท่านั้น
  • มี Cloud Service เพียงบางอย่างให้ลูกค้าเลือก
  • วันหมดอายุจะเปลี่ยนแปลงทุกครั้งเมื่อมีการซื้อ License เพิ่ม
  • ลูกค้าจะสามารถ Activate เพื่อใช้งานได้หลังจากสั่งซื้อ
  • ประมาณ 24-48 ชั่วโมง
  • ไม่สามารถเปลี่ยนแปลง Plan หรือลดจำนวนได้
  • ลูกค้าต้องติดต่อ Microsoft โดยตรงหากเกิดปัญหาด้านเทคนิค

การเปลี่ยนแปลงของ OLP ในเดือนมกราคม 2564 ไมโครซอฟท์ได้ทําให้ ลูกค้าองค์กรสามารถซื้อ perpetual software license ทั้งหมด ผ่านทาง CSP และในวันที่ 1 มกราคม 2565 ลูกค้าจะไม่สามารถซื้อหรือต่ออายุ software license หรือ online service ใหม่ๆ ได้ผ่านทาง OLP ได้อีกต่อไป และจะมีเฉพาะการซื้อ License-only เท่านั้น ที่สามารถจะซื้อได้จาก CSP นั่นหมายถึงไม่มี Microsoft Software Assurance จำหน่ายใน CSP นั่นเอง 

(ลูกค้าทีมี่ Software Assurance สามารถต่ออายุ coverage ของ ตนเองได้ที่ Open Value program)

ทำไมถึงเปลี่ยนจาก OLP ไปเป็น CSP ?

ถ้าสรุปให้เข้าใจง่ายๆ ก็เป็นการผลักดันลูกค้าไปสู่การบริการแบบคลาวด์ ให้เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น หลังจากที่ Microsoft ได้ทดลองใช้กับ Azure และ Office 365 มาสักระยะหนึ่งแล้ว และเห็นผลลัพธ์ในการควบคุมปริมาณการใช้งาน License ได้ชัดเจนขึ้น กว่าแบบ OLP และสอดคล้องกับการพัฒนาการของเทคโนโลยีในปัจจุบัน และในอนาคต ที่จะทำให้ธุรกิจสามารถเจริญเติบโตได้ต่อไป อย่างมีประสิทธิภาพ

เริ่มเมื่อไหร่?

  • ยุติการจำหน่ายผ่าน OLP ในวันที่ 31 ธันวาคม 2564
  • เริ่มการจำหน่ายผ่าน CSP ในวันที่ 1 มกราคม 2565 

License เก่าจะยังคงอยู่หรือไม่? และยังสามารถใช้งานได้หรือไม่?

ยังสามารถใช้งาน License ที่ถือครองอยู่ได้อย่างต่อเนื่อง จนกว่าจะหมด Product and Services Lifecycle และ ในส่วนของข้อมูล License จะถูกย้ายจาก VLSC ไปยัง Microsoft 365 admin center โดยสามารถโอนย้ายได้ด้วยตนเองที่หน้า VLSC  

เตรียมรับมืออะไรบ้าง?

เมื่อสิทธิ์การใช้งานใหม่ต้องทำธุรกรรมผ่าน CSP การกำหนดงบประมาณ และแผนการลงทุนในด้าน IT จำเป็นต้องจัดทำล่วงหน้า เพื่อให้ผู้ใช้งาน สามารถใช้ประโยชน์จาก Microsoft Product ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในสำนักงาน จากที่บ้าน และใช้งานนอกสถานที่ การที่มีการประเมินล่วงหน้า ช่วยให้องค์กรมีค่าใช้จ่ายน้อยลง ประหยัดงบประมาณและ องค์กรได้รับประสิทธิภาพมากขึ้น จากความยืดหยุ่นนี้ของการใช้งาน Microsoft Product อีกทั้งยังยืนอยู่บนพื้นฐานของความน่าเชื่อถือ และความปลอดภัยอีกด้วย

สรุปช่วงเวลาของการปรับเปลี่ยนจาก OLP และ perpetual software ใน CSP

มกราคม 2564 

  • Perpetual software มีวางจําหน่ายสําหรับทุกพาร์ทเนอร์ใน Cloud Solution Provider program

กรกฎาคม 2564 

  • Perpetual software สําหรับภาครัฐ (การศึกษา, สังกัดรัฐบาล, และองค์กรไม่แสวงหาผลกําไร) จะมีวาง      จําหน่ายผ่านทาง CSP
  • จะไม่มีการเสนอขาย SKU ใหม่ใดๆ เพิมเข้าไปใน ่ OLP
  • สําหรับ Get Genuine Windows Agreement (GGWA) และ Visual Studio Pro จะมีจําหน่ายผ่านทาง Cloud Solution Provider program
  • ภาคการศึกษาและภาคองค์กรไม่แสวงหาผลกําไรมีวางจําหน่ายใน Open Value

มกราคม 2565 

  • จะไม่มีการซื้อขายใดๆ บน  Open License program อีกต่อไป ส่วน perpetual software จะมีจําหน่ายผ่าน CSP เท่านั้น
  • การต่ออายุ License & Software Assurance และ Software Assurance ควรจจะไปต่ออายุที่ Open Value program

การปรับเปลี่ยนในครั้งนี้ ถือเป็นครั้งที่สำคัญอีกครั้งหนึ่งของทาง Microsoft โดยมีเป้าหมายผลักดันให้ลูกค้าไปใช้ฟีเจอร์ด้าน Collaborative เพื่อให้การงานงานร่วมกันเป็นไปได้ดีกว่าที่ผ่านมา รวมถึงการจัดการ License ที่ง่ายขึ้นสำหรับผู้ดูแล และประหยัดงบประมาณ การลงทุนทางด้าน IT ขององค์กรอีกด้วย

หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ของ 8Baht.com
ได้ทุกช่องทาง เพื่อให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อท่าน

แบ่งปันโพสต์นี้ :